คลังเก็บหมวดหมู่: สุขภาพ

การนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ

การอนหลับพักผ่อน ไม่ว่าจะวัยไหน ๆ ก็ตามการนอนหลับก็นับเป็นเรื่องที่เราควรใส่ใจ และก็ควรที่จะให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก เพราะปัจจุบันมนุษย์เราได้มีการใช้พลังงานไปในตอนกลางวันไปอย่างมากสำหรับบางคน

ซึ่งหากเรามีการขาดการนอนหลับพักผ่อน แน่นอนว่าอาจจะส่งผลเสียต่อสุขภาพได้ง่าย ไม่ว่าจะเป็น การเสียสุขภาพ มีอาการมึนหัว ทำให้มีสมาธิสั้น มีอาการหงุดหงิดได้ง่าย เป็นต้น การที่เราเกิดมาเป็นมนุษย์ตั้งแต่เด็กจนโต สภาพร่างกายของเราได้มีการปรับเปลี่ยน

หรือปรับสภาพการเข้านอนตามช่วงอายุ หากเราเป็นเด็กแรกเกิด แน่นอนว่าการนอนหลับพักผ่อนของเรานั้นต้องเพียงพอต่อร่างกายเป็นอย่างดีอยู่แล้ว ร่างกายของเราจะมีการพัฒนาการเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งหากเราอยู่ในช่วงอายุประมาณ 15-30 ปี ในช่วงนี้

เชื่อว่าหลาย ๆ คนมีการนอหลับที่ไม่เพียงพออย่างแน่นอนอยู่แล้ว หรือหากอยู่ในช่วงมหาวิทยาลัย ยิ่งไม่ค่อยได้พักผ่อน อาจจะมีงานที่ต้องทำถึงเช้า แล้วต้องไปเรียนต่อ หรือในช่วงวัยทำงานก็อาจจะมีส่วนที่ทำให้ร่างกายเกิดการพักผ่อนที่ไม่เพียงพอ อย่างไรก็ตามเราอยากมาแนะนำวิธีที่จะทำให้ร่างกายของเรามีการพักผ่อนที่เพียงพอ 

การที่จะทำให้ร่างกายของเรามีการทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ร่างกายของเราต้องมีการพักผ่อนที่เพียงพอ ดังนั้นเราควรที่จะปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการนอนของตนเอง เพื่อสุขอนามัยที่ดี

  • ยานอนหลับ การที่จะทำให้ร่างกายมีประสิทธิภาพในการทำงาน อย่างหนึ่งที่เราจะต้องคำนึงถึงเลยก็คือ เราไม่ควรใช้ยานอนหลับ เพื่อทำให้ร่างกายได้มีการพักผ่อน เพราะหากกเราใช้เป็นประจำ ยานอนหลับอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพร่างกายของเราได้
  • ออกกำลังกาย จำไว้เลยว่าเราไม่ควรที่จะออกกำลังกายก่อนเข้านอน เพราะอาจจะทำให้ร่างกายมีอุณหภูมิที่ไม่คงที่ และอาจจะส่งผลเสียต่อสมองของเราได้ 
  • ไม่ควรนอนกลางวัน การนอนพักผ่อนในช่วงกลางวันถึงแม้จะเป็นช่วงเวลาสั้นของคนในวัยทำงาน การนอนหลับพักผ่อนในช่วงนี้ ถ้าจะให้ดีควรนอนอย่างน้อย 20-30 นาที ถึงจะเพียงพอต่อร่างกาย 
  • การหลับ การตื่น หากเราเข้านอนในเวลากลางคืนแล้วแน่นอนว่าสำหรับบางคน หรือบางช่วงอายุ มีการเข้านอนตรงเวลา แต่อาจมีการตื่นที่ไม่เป็นเวลา ซึ่งนี่ก็อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้ร่างกายมีการสับสน ดังนั้นหากราเข้านอนตรงตามเวลาที่ได้วางไว้แล้ว แน่นอนว่าเราก็ควรที่จะตื่นให้ตรงกับเวลาที่ตั้งไว้ ร่างกายถึงจะมีการพักผ่อนที่เพียงพอ และสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  ซื้อหวยฮานอยได้ที่ไหน

การใช้ชีวิตประจำวันแบบง่ายๆก็สามารถช่วยคุณลดน้ำหนักได้

            ก่อนหน้านี้เคยแนะนำการลองปรับเปลี่ยนการใช้ชีวิตประจำวันแบบง่ายๆ เพื่อช่วยให้น้ำหนักลดลงโดยไม่ต้องออกกำลังกายไปบ้างแล้ว ซึ่งครั้งนั้นจะให้เคี้ยวอาหารให้ละเอียด กินน้ำก่อนกินข้าว 

เลือกสีและขนาดของจานให้เล็กลง รวมถึงเปลี่ยนกินขนมหวานมาเป็นผลไม้น้ำตาลน้อยแทน วันนี้เรามีวิธีการใหม่ๆมาให้คนที่สนใจลดน้ำหนักแบบไม่ต้องออกกำลังกายมาทดลองทำเพิ่มกันค่ะ

  1. ให้กินน้ำชาเขียว โดยจะเลือกเป็นชาเขียวร้อนหรือชาเขียวเย็นก็ได้ เพราะคุณสมบัติของชาเชียวจะช่วยให้ร่างกายเผาผลาญได้ดี แต่มีข้อแม้ว่า ชาเขียวไม่ว่าจะร้อนหรือเย็นห้ามใส่น้ำตาลนะจ๊ะ และที่สำคัญขนมทุกชนิดที่ใส่ชาเขียวไม่ได้อยู่ในสูตรลดน้ำหนักอันนี้จ๊ะเพราะขนมชาเชียวพวกนั้น น้ำตาลเยอะยิ่งกินมากร่างการยิ่งอ้วน
  2. ถึงเราจะไม่ชอบออกกำลังกายมากแค่ไหน แต่เราก็ควรจะมีการขยับเนื้อขยับตัวบางนะจ๊ะ เช่น การเดินขึ้นลงบันได การบิดตัวซ้ายขวา เวลารู้สึกเมื่อยล้าหรือเวลาที่ต้องนั่งเก้าอี้ทำงานนานๆก็ควรไปเดินยืดเส้นยืดสายเสียบ้าง เพราะจะช่วยให้เรารู้สึกสดชื่นขึ้นและเป็นการเผาผลาญพลังงานไปในตัว
  3. มื้อเช้าให้เน้นกินโปรตีน เช่น นม ไข่ต้ม หรือเนื้อปลา อย่ากินอาหารจำพวกแป้งเยอะเพราะทำให้อ้วนง่าย
  4. ควรมีระเบียบในการกิน ไม่ว่าจะกินอาหารแบบนับแคลอรีหรือการกินอาหารแบบ IF เราก็ควรทำตามหลักการกินที่เราเลือกไว้อย่างเคร่งครัด ไม่ใช่กินวันเว้นวันเพราะมันจะไม่มีทางเห็นผลแน่นอน ซึ่งการกินอาหารแบบนับแคลอรีนั้น คุณสามารถดาวน์โหลดแอพมาช่วยในการคำนวณแคลอรีของอาหารได้ แต่หากเป็นการกินแบบ IF ก็ควรเคร่งครัดเรื่องของเวลาให้ได้ตามกำหนด 
  5. และสุดท้ายเหนืออื่นใดเลยก็คือการนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ  ควรมีการปรับเปลี่ยนช่วงเวลาการนอนของเราเสียใหม่จากเดิมที่มัวแต่ดูซีรี่ย์เกาหลีนอนจนดึกดื่นหรือนอนจนเกือบเช้าก็หันมานอนเร็วสัก 4 ทุ่มก็ควรนอนได้แล้ว และควรตื่นนอนเช้าหน่อยเพื่อให้ร่างกายมีการผลิตฮอร์โมน มาซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ และยังช่วยให้ร่างกายเผาผลาญแคลอรีได้ดีอีกด้วย รู้อย่างนี้แล้วก็รีบเข้านอนกันนะจ๊ะ

สำหรับนี่ก็เป็นอีก 6 หัวข้อเล็กๆที่นำมาฝากกันสำหรับคนอยากผอมแต่ไม่อยากออกกำลังกาย เทคนิคเล็กๆน้อยๆนี้ค่อยๆเริ่มทำไปคุณก็จะชินไปเองและจะรู้สึกว่าไม่ได้ฝืนทำ แต่ถ้าอยากผอมเร็วๆวิธีการที่ดีที่สุดก็ยังเป็นการออกกำลังกายอยู่นะ

 

สนับสนุนโดย  ชุดตรวจ hiv

ร้านอาหารที่เน้นผลิตภัณฑ์ออร์แกนิก ที่คนรักสุขภาพต้องไปลอง

          ทุกวันนี้ไปที่ไหนก็จะเห็นแต่คนใส่ในใจสุขภาพ อาหารและเครื่องดื่มรวมถึงขนมต่างๆที่ทำเพื่อคนรักสุขภาพจึงมีเกิดขึ้นมากมาย  ซึ่งบางคนที่เพิ่งจะมาลองสนใจเกี่ยวกับอาหารเพื่อสุขภาพอาจจะยังไม่ทราบว่า ร้านสำหรับเพื่อสุขภาพมีที่ไหนดีและอร่อยบ้าง

วันนี้เราจึงจัดสรร ร้านที่บรรยากาศดี น่านั่งและที่สำคัญอาหารที่จำหน่ายในร้านเป็นอาหารเพื่อคนรักสุขภาพทั้งสิ้น วันนี้จะมีร้านไหนแนะนำบ้างไปดูกันค่ะ

  1.  Greenmade Café  สำหรับร้านแรกที่แนะนำนี้ว่ากันว่าเจ้าของร้านเป็นถึงผู้เชี่ยวชาญด้านธรรมชาติบำบัด ดังนั้นอาหารทุกจานที่นำออกมาจำหน่ายให้กับลูกค้าจึงผ่านการคัดสรร มาเป็นอย่างดีทั้งวัตถุดิบ และรสชาติก็อร่อย ที่นี่มีการการันตีถึงความอร่อยและเน้นนำผลิตภัณฑ์ที่ดีมีประโยชน์มาทำอาหารให้กับลูกค้าเท่านั้น นอกจากอาหารจะน่าทานแล้วบรรยากาศของร้านก็น่านั่งด้วยค่ะ หากใครสนใจที่จะไปลองใช้บริการ ร้านอยู่ที่ อาคาร AIACapital Center ชั้น 2 ตรงถนนรัชดา 
  2. ( Not Just ) Another Cup  ต้องบอกเลยว่าอาหารเช้าของที่นี่อร่อยมากกกก เป็นอาหารที่เอาใจคนรักสุขภาพ ทั้งอาหารและเครื่องดื่มบรรยากาศของร้านไม่เหมือนกับร้านอาหารแต่เหมือนบ้านมากกว่า เหมาะกับการทานกับคนในครอบครัวเป็นอย่างมาก ที่นี่มีพื้นที่กว้างขวางการตกแต่งก็เน้นแบบเรียบง่ายแต่ให้ความรู้สึกอบอุ่น รสชาติอาหารก็อร่อยทุกอย่างและที่นี่ยังมีขนมหวานที่เสิร์ฟพร้อมกาแฟร้อนๆแล้วอร่อยลงตัวเป็นอย่างมาก หากใครสนใจร้านอยู่ที่ซอยสาทร 10 ถนนสาทรใต้
  3. Brekkie   ร้านนี้เป็นร้านของนักร้องชื่อดัง เบสท์ นิชชารีย์  เป็นอาหารเพื่อคนรักสุขภาพอีกร้านที่อยากแนะนำให้ไปลองทานเพราะอาหารอร่อยทุกเมนู  บรรยากาศร้านก็เรียบๆสบายๆ หากมีเวลาลองแวะไปชิมอาหารได้ที่ซอยพร้อมศรี ถนนสุขุมวิท 39
  4. Peef Juice Bar& Fruit Café   สำหรับที่ร้านนี้จะเน้นการแต่งร้านสไตล์โฮมคุก จุดเด่นของร้านนี้จะเป็นน้ำผลไม้แท้ร้อยเปอร์เซ็น ไม่ใส่สารอะไรเลย และที่นี่ทั้งอาหารและน้ำผลไม้เป็นสูตรพิเศษที่ทางเจ้าของร้านคิดค้นขึ้นมาเอง รับรองว่าชิมสักครั้งแล้วจะติดใจในรสชาติ  หากสนใจสามารถแวะมาได้ที่ ซอยเอมัย 19
  5. และอีกร้านที่อยากแนะนำคือ Juice Box   สำหรับร้านนี้จะเป็นร้านเครื่องดื่มที่ทำมาจากผักและผลไม้ ซึ่งผลิตภัณฑ์ของที่นี่จะทั้งสดและใหม่ การนำผักและผลไม้มาปั่นผสมกันได้อย่างลงตัวรสชาติถูกปากคนที่ชอบอาหารเพื่อสุขภาพเป็นอย่างมากแถมที่ร้านยังมีหลายเมนูให้เลือก หากอยากลองชิมสามารถแวะไปชิมได้ที่  ตึก East   ตรง SCB Park 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  แทงหวยลาว

ดื่มน้ำผลไม้ได้ประโยชน์อย่างไร 

ในเหล่าบรรดาอาหารชนิดต่างๆที่เรากิน  ผักสด ผลไม้สด  ซึ่งจะให้วิตามินและแร่ธาตุที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายมากมายหลายชนิดแต่ถ้าหากว่าเรานั้นเอามาแปรรูปมาเป็นน้ำผักและผลไม้เรายังจะได้สารอาหารที่ครบถ้วนอยู่หรือเปล่าซึ่งวันนี้เราจะมาอ่านกัน 

  • คุณค่าของน้ำผลไม้มีทั้ง  2 ชนิด คือ แต่ถ้าจะให้เรานั้นเปรียบเทียบคุณค่านั้นจะไกล้เคียงกัน แต่ถ้าจะเปรียบเทียบระหว่างผลไม้ และน้ำผลไม้สดๆ ซึ่งผลไม้สดนั้นย่อมจะดีกว่าซึ่งแน่นอนว่าได้ว่าได้รับวิตามมินที่เต็มที่เพราะว่าระหว่างที่คั้นผลไม้อาจจะโดนแสงแดดและก็ทำให้การจัดเก็บนั้นนานจึงทำให้วิตามินและแร่ธาตุบางชนิดสูญหายไป เช่น วิตามินซี  หรือว่าวิตามินเอ แต่ถ้าถูกแสงก็จะสลายไปหมด 
  • และอีกแบบหนึ่งคือการกินผลไม้สิ่งที่ขาดหายไปคือใยอาหารซึ่งในปัจจุบันกินผักน้อยลงมาก จึงได้ไฟเบอร์หรือว่าใยอาหารน้อย นักโภชนาการเองซึ่งก็เคยคาดหวังว่าเมื่อคนกินผักน้อยหรือว่าไม่กินผักเลยเพราะว่าผักนั้นไม่อาร่อย หรือว่าขี้เกียจเคี้ยวซึ่งประชาชนนั้นก็หน้าที่กลับมากินผลไม้สดๆแต่ว่ากลับเปล่าเลยกลับไปหันกินน้ำผลไม้แบบที่ทำสำเร็จรูปมากินแทนเพราะว่าสะดวกสบายไม่ต้องเคี้ยวเพราะว่าการที่เรากินน้ำผลไม้แบบนี้ทำให้จะทำให้เรานั้นไม่ได้ใยอาหารหรือว่าได้ใยอาหารที่ต่ำลง 

เลือกซื้อเลือกดื่มแบบไหนให้ได้ประโยชน์ 

น้ำผลไม้นั้นเป็นเครื่องดื่มที่ประโยชน์กว่าการกินน้ำอัดลม  หรือว่าชา กาแฟ แต่ถ้าหากว่าเรานั้นเลือกไม่เป็นหรือว่าเลือกมาแบบไม่ค่อยมีประโยชน์เท่ากับว่าเรานั้นกินไม่ได้ประโยชน์เท่าที่ควร และก็บางกรณีก็อาจจะก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพนั้นได้ 

  • ในเวลาครั้งต่อไปนั้นการที่เราจะกินน้ำผลไม้นั้นก็ควรที่จะเลือกอย่างดีสักหน่อย แต่ถ้าเป็นน้ำผลไม้ที่มีความเข้มข้นมากละก็ให้เอาน้ำต้มสุขนั้นช่วยในการเจือจาง ถ้าไม่เช่นนั้นก็อาจจะทำให้เรานั้นท้องเสียได้เช่นกัน น้ำผลไม้ที่ใสน้ำแข็งนั้นก็ควรเลือกอย่างละเอียดสักหน่อยเพราะว่าบางที่นั้นน้ำผลไม้ก็ทำมาไม่ค่อยสะอาดและมาเจอน้ำแข้งที่ไม่สะอาดอีกก็อาจจะทำให้เรานั้นท้องเสียได้อีกเหมือนกัน 
  • ในน้ำผลไม้นั้นก็ทำให้เกิดเน่าเสียได้อยู่แล้ว ในการที่เราไปเลือกซื้อน้ำผลไม้นั้นก็ควรที่จะอ่านฉลากก่อนว่าหมดอายุวันไหนในน้ำของผลไม้นั้นมีน้ำตาลอยู่มากน้อยเท่าไหร่ มีสารกันบูดหรือไม่ 
  • โดยเฉพาะน้ำผลไม้หากหมดอายุแล้วดื่มเข้าไปนั้นจะเกิดอะไรขึ้นและการที่เราเลือกซื้อน้ำผลไม้นั้นก็ควรที่จะดูวันหมดอายุด้วยเพราะว่าตามร้านค้าบางแห่งนั้นก็ชอบเอามาวางรวมกันการที่เราจะกินน้ำผลไม้ให้ได้ประโยชน์มากนั้นเราก็ควรที่จะนำมาคั้นสดๆกินเองเพราะว่าการที่เรานั้นคั้นสดๆนั้นจะได้ให้เรานั้นได้คุณภาพและวิตามินอย่างครบถ้วน 

 

สนับสนุนโดย  แทงหวยมาเลย์

ล้างสารพิษด้วยผลไม้และผัก

          หากพูดถึงสารพิษในร่างกายไม่ได้หมายถึงเรากินยาพิษเข้าไปแต่ สารพิษในที่นี้หมายถึงสารตกค้างจากสิ่งที่เราทานเข้าไป เช่นสารจากยาฆ่าแมลงในมีอยู่ในผักผลไม้เมื่อเราล้างไม่สะอาดก่อนทานเข้าไป หรือสารจากควันบุหรี่ที่อาจสูบเอง

หรือไปรับมาจากการที่เราต้องอยู่ใกล้กับคนที่สูบบุหรี่ หรือไม่แต่สารเสพติดต่างๆ แต่คุณรู้หรือไม่ว่าสารพิษต่างๆที่เราได้รับมาโดยไม่ได้ตั้งใจนี้ สามารถกำจัดออกจากร่างกายของคุณได้ด้วยการทานผักหรือผลไม้บางชนิดเข้าไปเท่านั้น เรามาดูกันว่ามีผลไม้หรือผักชนิดนี้ที่ให้คุณประโยชน์ด้านนี้กันบ้างค่ะ

  1. แอปเปิ้ล ผลไม้ชนิดนี้สามารถขับสารพิษออกทางลำไส้ได้ และยังมีประโยชน์อีกมากทั้งมีวิตามินต่างๆสูง มีกากใยอาหารเยอะ อีกทั้งการทานแอปเปิ้ลไม่ทำให้อ้วนด้วย ดังนั้นจัดได้ว่าแอปเปิ้ลมีประโยชน์มากมายนับไม่ถ้วน ที่สำคัญควรทานแอปเปิ้ลที่ปลูกแบบออแกนิกจากปลอดภัยจากสารพิษได้ด้วย
  2. อะโวคาโด ผลอะโวคาโดมีประโยชน์มากมายนับไม่ถ้วนทั้งเรื่องในการช่วยล้างสารพิษในตับ  ช่วยยับยั้งไม่ให้สารพิษเข้าไปทำลายหลอดเลือดแดง อีกทั้งยังอุดมไปด้วยสารอาหารต่างๆมากมายให้พลังงานมากแต่มึคอเรสเตอรอลต่ำ จะเห็นได้ว่าคนที่ลดน้ำหนักส่วนใหญ่จะเน้นทานอะโวคาโดกันมาก
  3. บีทรูท นี่ก็เป็นอีกผลไม้ที่ช่วยเรื่องการจัดการกับสารพิษในตับได้เป็นอย่างดีอีกทั้งยังช่วยในการฟอกเลือดได้ด้วย
  4. บลูเบอร์รี่ สำหรับผลของบลูเบอร์รี่นั้นมีคุณสมบัติมากมายทั้งการป้องกันสารพิษเข้าสู่สมอง การช่วยลดอาการเจ็บปวด รวมถึงยับยั้งเชื้อแบคทีเรียในทางเดินปัสสาวะ และช่วยเรื่องอื่นๆอีกมากมาย
  5. กระหล่ำปลี คุณประโยชน์ของผักชนิดนี้ก็ไม่ธรรมดาเพราะในกระหล่ำปลีจะมีสารต้านมเะร็ง ทั้งช่วยลดสารพิษจากควันบุหรี่ ช่วยล้างพิษในตับ
  6. ผักขึ้นฉ่าย  สำหรับผักชนิดนี้มีประโยชน์ทั้งใบและเมล็ด โดยสามารถกรอกสารพิษในควันบุหรี่ออกจากร่างกายเราได้ รวมถึงมีสารต้านการอักเสบได้หลายชนิด
  7. กระเทียม สำหรับกระเทียมแม้จะมีกลิ่นฉุน แต่ประโยชน์เยอะอย่างเหลือเชื่อโดยสามารถล้างแบคทีเรียที่เป็นพิษ รวมถึงการกำจัดพยาธิในลำไส้และไวรัสออกจากร่างกายได้ ที่สำคัญกระเทียมสามารถลางพิษที่อยู่ในหลอดเลือดและช่วยต้านมะเร็งได้ด้วย
  8. ผักคะน้า สำหรับผักชนิดนี้ผู้คนนิยมมาทำอาหารกันมากเพราะประโยชน์นั้นเหลือเฟือทีเดียว โดยช่วยล้างสารพิษในตับและเป็นตัวช่วยที่ทำให้สารพิษที่พบในควันบุหรี่มีความเป็นกลาง แถมยังเต็มไปด้วยเส้นใยอาหารซึ่งมีผลดีต่อลำไส้อีกด้วย

นี่เป็นแค่ตัวอย่างบางส่วนของผักและผลไม้ที่มีประโยชน์ในการช่วยล้างสารพิษออกจากร่างกาย เมื่อทราบคุณประโยชน์ดีๆเหล่านี้แล้ว อย่าลืมหาซื้อมารับประทานกันนะคะ เพื่อสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงของตัวคุณเองค่ะ

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  แทงหวยมาเลย์

วิธีการดูแลผิวและใบหน้าให้สวยใส

คงจะมีหลายๆคนที่อยากจะมีผิวที่สวยใสแบบที่ราคาถูกแต่ว่าคุณภาพหลักพันโดยที่เราไม่ต้องไปดูแลอะไรมากมายแต่ว่าเรากลับได้ผิวที่ดีและประหยัดเงินในกระเป๋าของเราอีกด้วย  ในวันนี้เราจะมาบอกสูตรเลยว่ามีอะไรบ้าง  

  1. ล้างหน้าของเราให้สะอาด  ก่อนที่เราจะล้มตัวของเรานอนเราต้องล้างหน้าของเราให้สะอาดก่อนที่เราจะนอนเพราะว่าใบหน้าของเราแต่งหน้ามาทั้งวันแล้วการที่เราล้างหน้าจะช่วยให้ใบหน้าของเราไม่หมองคล้และก็ไม่ทำให้เกิดสิวอีกด้วย   และการที่เราล้างหน้ายังจะทำให้หน้าของเราสะอาดปราสจากสิ่งอุดตันจากรูขุมขนอีกด้วย
  2. การที่เราเลือกครีมที่ที่เหมาะแก่ใบหน้าของเรา  การที่เราจะใช้ครีมหรือว่าผลิตภัณฑ์อะไรก็แล้วแต่นั้นเราต้องเลือกที่เป็นผลิตภัณฑ์ที่เหมาะแก่ใบหน้าของเราเพราะว่าใบหน้าในแต่ละคนนั้นไม่เหมือนกันเราต้องดูว่าใบหน้สของเราเป็นในลักษณะแบบไหน  มันหรือเปล่าหรือว่ารูขมขนของเราขยายใหญ่ไหม  อยู่ที่เราเลือกใช้ของนั้นด้วย  
  3. เช็ดหน้าของเราอย่างเบา  เมื่อเราชำระล้างใบหน้าของเราอย่างสะอาดแล้วการที่เราเช็ดใบหน้าของเราอย่างนิ่มนวนนั้นก็เป็นเรื่องที่เราควรที่จะทำเพราะว่าถ้าเราเช็ดแรงใบหน้าของเราจะช้ำ และเกิดการเสียดสี  ดังนั้นเราควรที่จะเช็ดอย่างเบามือที่สุด 
  4. การที่เราสครับหน้า  เมื่อเราต้องดกูแลใบหน้าเราก็ควรที่จะหาเวลาในการที่เราจะสะครับใบหน้าของเราอย่างน้องอาทิตย์ละสองครั้งเพื่อที่จะดูแลใบหน้าของเรา  หรือว่าเราจะหาจำพวกเซรั่มมาบำรุงใบหน้าของเราให้มีความชุ่มชื้น
  5. การทาครีมที่บำรุงผิว  การที่เราบำรุงหรือว่าทาครีมบำรุงใบหน้าของเรา  เช่นการที่เรามีผิวที่แห้งเราก็ควรที่จะเลือกครีมที่บำรุงเกี่ยวกับใบหน้าของเรา
  6. ครีมกันแดด  ในบ้านเราเป็นบ้านเมืองที่ร้อนเราควรที่จะทาครีมก่อนที่เราจะออกนอกบ้านเพราะว่าการที่เราทาครีมกันแดดออกนอกบ้านจะทำให้ใบหน้าของเราไม่หมองคล้ำ การที่เราทาครีมกันแดดจะช่วยในเรื่องการที่ไม่ให้ใบหน้าของเราห่างออกจากแดดหรือว่าป้องกัน ยูวีด้วย  การที่เราเลือกครีมกันแดดเดี่ยวนี้เราก็มีให้เราเลือกมากมายอยู่ที่เราว่าชื่นชอบครีมตัวไหนที่เหมาะกับใบหน้าของเรา
  7. การที่เราหยุดแต่งหน้าบ้าง   การที่เราหยุดแต่งหน้าบ้างก็เป็นเรื่องที่ดีเพราะว่าเราจะได้พักใบหน้าของเราที่ต้องแต่งหน้าทุกวันที่เราต้องไปทำงาน  การที่เราได้พักหน้าหรือว่าเราได้นอนพักอย่างเต็มที่ใบหน้าของเราจะเราจะฟื้นฟูตัวอย่างแน่นอน  

 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  หวยออนไลน์ขั้นต่ำ 1 บาท

การดูแลผู้ติดเชื้อเอดส์

โรคเอดส์คือโรคติดต่อที่มีการแพร่ระบาดมายาวนานแล้วกว่า 30 ปีโรคที่ครั้งหนึ่งเคยถูกมองว่าเป็นแล้วทำการรักษาไม่หายซึ่งเป็นแล้วผู้ป่วยจะต้องทำการนอนรอความตาย เพียงอย่างเดียว 

ซึ่งจากสถิติในปีที่ผ่านมานี้ สถานการณ์ผู้ป่วยที่เป็นโรคเอดส์ ยังคงน่าเป็นห่วง โดยจะมีผู้ติดเชื้อ HIV ราย ใหม่เกิดขึ้นเฉลี่ยโดยประมาณ 5 คนต่อวันในจำนวนดังกล่าวมากกว่าร้อยละ 50ซึ่งจะเป็นการติดเชื้อในกลุ่มของเด็กที่เป็นเยาวชนที่มีอายุระหว่าง 15-25 ปีโดยสถานการณ์ทั้งโลกในตอนนี้นั้นคาดว่ามีผู้ติดเชื้ออยู่แล้วประมาณ 34 ล้านคน ซึ่งทวีปที่มีผู้ติดเชื้อมากที่สุดก็น่าจะเป็นทวีปของแอฟริกา 

ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของโรคเอดส์นั้นเอง ซึ่งรองลงมาก็คือแถวบ้านเรานั่นแหละนั่นก็คือเอเชีย สำหรับประเทศไทยคาดว่าตั้งแต่มีรายงาน โดยมีผู้ติดเชื้อครั้งแรกนับตั้งแต่ 30 ปีที่แล้ว ซึ่งปัจจุบันคาดว่าน่าจะมีผู้ติดเชื้อสะสมอยู่ประมาณ ล้าน 6 ถึงล้าน 7 คน ซึ่งรายละเอียดอันนี้เป็นเพียงแค่คาดเดาแต่ก็ราวๆนี้แหละ 

ซึ่งจะเห็นได้ว่าณตอนนี้มีผู้ป่วยใหม่ ยังมีให้ตรวจอยู่ซึ่งยังมีคนไข้ใหม่ผุดขึ้นมาเรื่อยๆ ดังนั้นเราจึงเชื่อว่าสถานการณ์เหล่านี้ ยังเป็นที่ไม่น่าไว้วางใจ 

ซึ่งเราต้องเข้าใจว่าในปัจจุบันนี้ในการรักษาโรคเอดส์นั้น ต้องบอกว่าโรคเอดส์เป็นโรคที่รักษาได้ ถึงแม้ว่าจะไม่หายขาดก็ตาม และก็เป็นโรคที่เป็นการติดเชื้อเรื้อรัง ซึ่งในความที่มันเป็นโรคเรื้อรังเรานี้ หากเปรียบเทียบได้นั่นก็คือโรคเบาหวานหรือความดันเพราะมันเท่ากับว่าเป็นโรคเรื้อรังเช่นเดียวกัน แต่ว่าความดันเบาหวานไม่ใช่โรคติดเชื้อนะ เพียงว่ามันแนวทางคล้ายๆกัน

ดังนั้นในการรักษาเชื้อโรคที่เป็นเชื้อ HIV นั้น เราจะรักษาด้วยการให้กินยาซึ่งยาเหล่านั้นเราจะเรียกว่ายาต้านเชื้อ แต่สำหรับบางกลุ่มคนก็เรียกยาต้าน HIV หรือยาต้านไวรัส ดังนั้นวิธีการรักษาสำหรับโรคนี้ก็คือคุณจะต้องทำการกินยาทุกวันซึ่งจะทำการกินรักษาอย่างนี้ไปตลอดชีวิตของคุณ ซึ่งการนำเสนอก็คือเป็นข้อมูลณตอนนี้ที่เรามีอยู่

ดังนั้นในปัจจุบันถามว่ารักษาได้ไหมก็ตอบว่าได้ ถึงแม้ว่าจะไม่หายขาดก็ตาม โดยที่คุณสามารถมีคุณภาพชีวิตที่ดีกับการใช้ชีวิต ไปทำงานได้เหมือนเดิมอยู่กับครอบครัวได้เหมือนเดิม ซึ่งหากคุณเดินไปไหนมาไหนก็ไม่มีใครที่จะสามารถรู้ได้ว่าคุณเป็นบุคคลที่ติดเชื้อ 

ดังนั้นวิวัฒนาการที่มีการดูแลผู้คนที่ติดเชื้อ hiv หรือเชื้อเอดส์นั้นเราสามารถทำการดูแลและสามารถทำให้คุณที่ติดเชื้อเหล่านี้มีชีวิตได้ปกติแต่นั่นคุณจะต้องทำตามอย่างที่แพทย์สั่งหรือคุณจะต้องทำตามโดยวิธีการรักษาอย่างต่อเนื่องและถูกวิธีนอกจากนั้นคุณไม่ควรที่จะไปแพร่เชื้อให้บุคคลอื่น

ดังนั้นหากคุณติดเชื้อเหล่านี้ไม่ต้องกลัวว่าจะไม่มีที่ยืนในสังคมเพราะว่าเชื้อโรคเหล่านี้มันมียาที่ช่วยให้คุณใช้ชีวิตได้อย่างปกติเหมือนบุคคลอื่นทั่วไปดังนั้นหากรู้ว่าอยู่ในช่วงเสี่ยงควรรีบไปพบแพทย์ให้เร็วที่สุดเพื่อเป็นการทำการรักษาให้ทันท่วงทีก่อนที่มันจะสายเกินไป

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย  ชุดตรวจ hiv

ผลกระทบหากเราไม่ทาโลชั่นสำหรับป้องกันแดด

เมืองไทยเป็นประเทศที่เป็นเมืองร้อนจากที่เคยมี 3 ฤดู คือ ร้อน ฝน หนาว แต่ตอนนี้น่าจะกลายเป็นฤดูร้อนไปทั้งปี โดยเหตุนั้นถ้าหากไม่เคยทาโลชั่นที่มีไว้สำหรับกันแดด เพื่อป้องกันแสงแดดอย่างถูกแนวทาง ก็อาจก่อให้เป็นผลเสียต่อผิวได้ถึง 5 ประการ ดังต่อไปนี้

ผลกระทบในด้านที่เสียหายของการไม่ทาโลชั่นที่มีไว้สำหรับป้องกันแดด

1. ผิวหมองคล้ำ สีผิวไม่สม่ำเสมอ
ถ้าได้รับแสงแดดมากๆ โดยที่ไม่มีหรือไม่ทาครีมกันแสงแดดเพื่อปกป้องผิวไว้เลย ก็จะก่อให้ผิวของพวกเราคล้ำลงอย่างชัดเจน ด้วยเหตุว่าเมื่อแดดไปสู่ผิว แล้วไม่พบครีมกันแดดคุ้มครองปกป้อง ผิวของพวกเราจะปฏิบัติภารกิจคุ้มครองป้องกันผิวตนเอง ด้วยการสร้างเม็ดสีเมลานินมากขึ้น เลยนำมาซึ่งการทำให้ผิวพวกเราคล้ำขึ้นนั่นเอง แล้วอีกหนึ่งผลกระทบในด้านที่เสียหายที่ตามมาก็คือ สีผิวจะไม่เท่ากันด้วย

2. เพิ่มริ้วรอย ทำให้แก่ก่อนวัย
แดดนับว่าเป็นอีกหนึ่งต้นเหตุ ที่ทำให้หน้าพวกเราแก่แล้วก็มีริ้วรอย โดยมีแสง UV ที่เป็นสาเหตุหลัก สำหรับในการทำลายคอลลาเจนแล้วก็อีลาสติน ที่ช่วยในเรื่องความกระชับผิว โดยเหตุนั้นถ้าเกิดได้รับแสงแดดมากๆ และไม่ได้ทาครีมที่เอาไว้สำหรับกันแสงแดดเลย ก็จะก่อให้ผิวของพวกเราหย่อนยานคล้อยลงได้ ด้วยเหตุนี้ จึงแนะนำว่าควรจะทาครีมเอาไว้สำหรับกันแดด ทุกครั้งก่อนออกแดดโดยประมาณ 15 นาที

3. ผิวไหม้ เนื่องจากเซลล์ผิวถูกทำลาย
ถ้าหากไม่ทาโลชั่นสำหรับป้องกันแสงแดด แล้วไปพบเจอกับแดดจัดเป็นระยะเวลาที่ยาวนาน ก็อาจจะทำให้ผิวไหม้แดดได้ โดยผิวรอบๆ ที่สัมผัสแดดจะกลายเป็นรอยคราบไหม้ แต่ว่าอย่างไรก็ดี สามารถปกป้องได้ด้วยการทาโลชั่นกันแดด โดยควรที่จะทำการเลือกใช้โลชั่นที่เอาไว้สำหรับป้องกันแดดที่มีค่าป้องกันแสงแดด SPF ตั้งแต่ 30 ขึ้นไป และสามารถคุ้มครองปกป้องได้อีกทั้งรังสียูวีเอ และก็แสงยูวีบี

4. ฝ้า กระ จะถามหา
รังสียูวีในแสงตะวัน เป็นตัวกระตุ้นให้เซลล์สร้างเม็ดสีทำงานมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตอนหน้าร้อนทำให้สีผิวคล้ำขึ้น รวมทั้งกำเนิดฝ้ากระได้ การโดนแดดสะสมเป็นระยะเวลาที่ยาวนานๆ โดยไม่มีการคุ้มครอง บางทีอาจเป็นเหตุกระตุ้นแล้วส่งผลให้มีการเกิดโรคมะเร็งผิวหนังได้อีกด้วย

5. โรคมะเร็งผิวหนัง
งานศึกษาเรียนรู้และค้นคว้าวิจัยงานหนึ่งที่ประเทศออสเตรเลียในปี 2011 ได้บอกไว้ว่า คนอายุ 25-75 ปี ที่ทาโลชั่นที่เอาไว้สำหรับป้องกันแสงแดดบ่อยๆ อย่างสม่ำเสมอมากกว่า 10 ปี จะมีการเสี่ยงเป็นโรคมะเร็งผิวหนังได้น้อยกว่า ผู้ที่มิได้ทาครีมที่เอาไว้ป้องกันแดดเลย

การทานสลัดที่ดีต่อสุขภาพและไม่อ้วน

การทานสลัดที่ดีต่อสุขภาพและไม่อ้วน

น้ำสลัดครีม
น้ำสลัดมีให้เลือกทานมากมายมหาศาลนับล้านสูตร แต่น้ำสลัดที่ได้รับความนิยมมากที่สุดก็หนีไม่พ้น “สลัดครีม” ซึ่งส่วนประกอบของมันมีทั้งมายองเนส ครีมสลัด น้ำมัน น้ำตาล และบางสูตรมีชีสด้วย ซึ่งไม่ต้องบอกก็ทราบดีว่าจะทำให้อ้วนได้มากแค่ไหน หากผู้ที่โปรดปานสลัดแบบน้ำสลัดเยอะๆ ยิ่งแล้วใหญ่ ทางที่ดีเปลี่ยนมาเป็นสลัดน้ำใส น้ำยำ หรือเพียงแค่บีบมะนาว โรยเกลือ และพริกไทยเล็กน้อย ก็อร่อยสุขภาพดีแบบเน้นๆ ได้เหมือนกัน

เครื่องเคียงอย่ามาก
ถ้าเป็นเพียงแค่สลัดอย่างเดียวก็ไม่ได้น่ากลัวอะไร เพียงแต่หากมีเครื่องเคียงด้วยนั้น ไอที่ว่าคลีน ก็คงไม่คลีนซะแล้ว ในร้านอาหารบางร้านที่ขายสลัดอาจเสิร์ฟขนมปังปิ้งมาให้ด้วย ซึ่งบนขนมปังอาจมีทั้งเนย และชีสอยู่จำนวนมาก นอกจากนี้ก็ยังมี ผักโขมอบชีส ไส้กรอกทอด มันฝรั่งทอด และอื่นๆ อีกมากมาย ไม่ใช่ว่าเราไม่ให้ทานเลย กรุณาอย่าหลงกิน ไม่ได้ห้าม แต่เพียงให้นึกถึงเป้าหมายในการทานสลัดว่าเพื่ออะไร เพราะเครื่องเคียงเหล่านี้จะต้องเพิ่มพลังงานให้กับเรามากแน่ๆ และอาจเป็นพลังงานส่วนเกิน

 

โปรตีนแบบพอดีๆ
หลายคนไม่ได้ทานสลัดที่เป็นผักอย่างเดียว เสริมโปรตีนที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย และเพื่อความอยู่ท้องเข้าไปด้วย นั่นก็เป็นความคิดที่ดี เพราะการทานผักอย่างเดียวอาจทำให้ร่างกายขาดโปรตีนได้ แต่โปรตีนที่จะเสริมเข้าไปนั้น ควรเป็นแบบไขมันน้อย และผ่านการปรุงด้วยวิธีนึ่ง ต้ม หรือย่างจะดีกว่า หากเป็นเนื้อย่างมันๆ ปลาที่มีไขมันหนาๆ หรือเบคอน แฮม สิ่งเหล่านี้ถึงจะเป็นโปรตีนแต่เป็นโปรตีนที่มาพร้อมกับไขมันสูงทั้งนั้น เพราะฉะนั้นเลือกเป็น ไก่ต้ม ปลา(ไขมันน้อย) นึ่ง กุ้งต้ม หรือเห็ดย่างจะดีกว่า

 

เตือนภัยยาสมุนไพร ดูฉลากก่อนใช้

ยาสมุนไพรจากธรรมชาติ แต่ไม่ได้ดีต่อร่างกายเสมอไป
ในปัจจุบันที่ประชาชนหันไปให้ความสนใจยาสมุนไพรเพิ่มขึ้นและมีการโฆษณาทั้งสื่อสังคมออนไลน์และสื่อกระแสหลักแบบเกินจริง ทำให้เกิดความไวรัลไปยังประชาชนที่รักสุขภาพและอยากใช้เพราะเป็นสมุนไพรเกิดการหลงเชื่อ อีกทั้งยังสามารถหาซื้อได้ง่าย ซึ่งยาสมุนไพรที่โฆษณากันหลากหลายที่เห็นกันอยู่เนี่ย บ้างก็ไม่ได้ผ่านการพิจารณาจากแพทย์ทางเลือก หรือแพทย์แผนปัจจุบัน บางส่วนก็ไม่ได้รับการรับรองจาก อย. ทำให้มีการลักลอบใส่ปรอท สเตียรอยด์ เพื่อให้ไปกระตุ้นให้เกิดผลเร็ว ทำให้ผู้บริโภคจำนวนมากได้รับผลกระทบทางสุขภาพอย่างหนัก ข้อมูลจากชมรมเพื่อนโรคไตแห่งประเทศไทยได้รับเรื่องร้องเรียนจากผู้ได้รับผลกระทบจากการใช้ยาสมุนไพรเดือนละไม่ต่ำกว่า 20 ราย ทั้งในส่วนของผู้ป่วยโรคไต และผู้ที่ไม่ได้เจ็บป่วยมาก่อน จึงทำเรื่องร้องเรียนส่งต่อไปยัง อย. และมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค (มพบ.) แล้ว

ทำไมยาสมุนไพรถึงเป็นที่นิยมและความเชื่อมากๆ
จากการสังเกตพฤติกรรมผู้ที่ซื้อยาสมุนไพรมาใช้ พบว่าซื้อมาเพราะคำว่า เขาเล่าว่าดี โดยได้รับแต่ข้อมูลด้านดีไม่รู้ในข้อมูลที่ไม่ส่งผลกระทบเลย การอ้างสรรพคุณรักษาเหมือนกับว่ารักษาได้ทุกอาการของโรค ซึ่งในทางความเป็นจริงนั้นเป็นไปไม่ได้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเข้าไปดูแล กำกับเรื่องการโฆษณาอย่างเข้มงวด

จากที่กล่าวมาทั้งหมด จึงมีคำแนะนำและขอเตือนผู้บริโภคด้วยความหวังดีว่า หากจะซื้อยาสมุนไพรมารับประทาน ควรมีการปรึกษาผู้ที่มีความร็และเชี่ยวชาญจริงๆ ที่มีการรองรับจากหน่วยงานราชการ เช่น เภสัชกร แพทย์แผนไทย แพทย์ทางเลือก และแพทย์แผนปัจจุบัน ทั้งนี้ยาสมุนไพรที่เห็นอยู่ตามท้องตลาดเราไม่ได้ห้ามไม่ให้ใช้ แต่การใช้ต้องใช้อย่างถูกต้อง ในปริมาณที่เหมาะสม ซึ่งไม่มียาไหนสามารถรักษาได้ทุกโรค แต่ละโรคมีความแตกต่างกัน ยิ่งเป็นผู้ป่วยโรคเรื้อรัง โดยเฉพาะโรคไตจะได้รับผลกระทบเร็วมาก ภายใน1-2 วันที่ใช้ก็สามารถตัวบวม เพราะของเสียคั่งในระบบ ฟอสฟอรัสสูง โพแทสเซียมสูง และทำให้หัวใจวายได้