คลังเก็บหมวดหมู่: สุขภาพทั่วไป

ผลกระทบหากเราไม่ทาโลชั่นสำหรับป้องกันแดด

เมืองไทยเป็นประเทศที่เป็นเมืองร้อนจากที่เคยมี 3 ฤดู คือ ร้อน ฝน หนาว แต่ตอนนี้น่าจะกลายเป็นฤดูร้อนไปทั้งปี โดยเหตุนั้นถ้าหากไม่เคยทาโลชั่นที่มีไว้สำหรับกันแดด เพื่อป้องกันแสงแดดอย่างถูกแนวทาง ก็อาจก่อให้เป็นผลเสียต่อผิวได้ถึง 5 ประการ ดังต่อไปนี้

ผลกระทบในด้านที่เสียหายของการไม่ทาโลชั่นที่มีไว้สำหรับป้องกันแดด

1. ผิวหมองคล้ำ สีผิวไม่สม่ำเสมอ
ถ้าได้รับแสงแดดมากๆ โดยที่ไม่มีหรือไม่ทาครีมกันแสงแดดเพื่อปกป้องผิวไว้เลย ก็จะก่อให้ผิวของพวกเราคล้ำลงอย่างชัดเจน ด้วยเหตุว่าเมื่อแดดไปสู่ผิว แล้วไม่พบครีมกันแดดคุ้มครองปกป้อง ผิวของพวกเราจะปฏิบัติภารกิจคุ้มครองป้องกันผิวตนเอง ด้วยการสร้างเม็ดสีเมลานินมากขึ้น เลยนำมาซึ่งการทำให้ผิวพวกเราคล้ำขึ้นนั่นเอง แล้วอีกหนึ่งผลกระทบในด้านที่เสียหายที่ตามมาก็คือ สีผิวจะไม่เท่ากันด้วย

2. เพิ่มริ้วรอย ทำให้แก่ก่อนวัย
แดดนับว่าเป็นอีกหนึ่งต้นเหตุ ที่ทำให้หน้าพวกเราแก่แล้วก็มีริ้วรอย โดยมีแสง UV ที่เป็นสาเหตุหลัก สำหรับในการทำลายคอลลาเจนแล้วก็อีลาสติน ที่ช่วยในเรื่องความกระชับผิว โดยเหตุนั้นถ้าเกิดได้รับแสงแดดมากๆ และไม่ได้ทาครีมที่เอาไว้สำหรับกันแสงแดดเลย ก็จะก่อให้ผิวของพวกเราหย่อนยานคล้อยลงได้ ด้วยเหตุนี้ จึงแนะนำว่าควรจะทาครีมเอาไว้สำหรับกันแดด ทุกครั้งก่อนออกแดดโดยประมาณ 15 นาที

3. ผิวไหม้ เนื่องจากเซลล์ผิวถูกทำลาย
ถ้าหากไม่ทาโลชั่นสำหรับป้องกันแสงแดด แล้วไปพบเจอกับแดดจัดเป็นระยะเวลาที่ยาวนาน ก็อาจจะทำให้ผิวไหม้แดดได้ โดยผิวรอบๆ ที่สัมผัสแดดจะกลายเป็นรอยคราบไหม้ แต่ว่าอย่างไรก็ดี สามารถปกป้องได้ด้วยการทาโลชั่นกันแดด โดยควรที่จะทำการเลือกใช้โลชั่นที่เอาไว้สำหรับป้องกันแดดที่มีค่าป้องกันแสงแดด SPF ตั้งแต่ 30 ขึ้นไป และสามารถคุ้มครองปกป้องได้อีกทั้งรังสียูวีเอ และก็แสงยูวีบี

4. ฝ้า กระ จะถามหา
รังสียูวีในแสงตะวัน เป็นตัวกระตุ้นให้เซลล์สร้างเม็ดสีทำงานมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตอนหน้าร้อนทำให้สีผิวคล้ำขึ้น รวมทั้งกำเนิดฝ้ากระได้ การโดนแดดสะสมเป็นระยะเวลาที่ยาวนานๆ โดยไม่มีการคุ้มครอง บางทีอาจเป็นเหตุกระตุ้นแล้วส่งผลให้มีการเกิดโรคมะเร็งผิวหนังได้อีกด้วย

5. โรคมะเร็งผิวหนัง
งานศึกษาเรียนรู้และค้นคว้าวิจัยงานหนึ่งที่ประเทศออสเตรเลียในปี 2011 ได้บอกไว้ว่า คนอายุ 25-75 ปี ที่ทาโลชั่นที่เอาไว้สำหรับป้องกันแสงแดดบ่อยๆ อย่างสม่ำเสมอมากกว่า 10 ปี จะมีการเสี่ยงเป็นโรคมะเร็งผิวหนังได้น้อยกว่า ผู้ที่มิได้ทาครีมที่เอาไว้ป้องกันแดดเลย

การทานสลัดที่ดีต่อสุขภาพและไม่อ้วน

การทานสลัดที่ดีต่อสุขภาพและไม่อ้วน

น้ำสลัดครีม
น้ำสลัดมีให้เลือกทานมากมายมหาศาลนับล้านสูตร แต่น้ำสลัดที่ได้รับความนิยมมากที่สุดก็หนีไม่พ้น “สลัดครีม” ซึ่งส่วนประกอบของมันมีทั้งมายองเนส ครีมสลัด น้ำมัน น้ำตาล และบางสูตรมีชีสด้วย ซึ่งไม่ต้องบอกก็ทราบดีว่าจะทำให้อ้วนได้มากแค่ไหน หากผู้ที่โปรดปานสลัดแบบน้ำสลัดเยอะๆ ยิ่งแล้วใหญ่ ทางที่ดีเปลี่ยนมาเป็นสลัดน้ำใส น้ำยำ หรือเพียงแค่บีบมะนาว โรยเกลือ และพริกไทยเล็กน้อย ก็อร่อยสุขภาพดีแบบเน้นๆ ได้เหมือนกัน

เครื่องเคียงอย่ามาก
ถ้าเป็นเพียงแค่สลัดอย่างเดียวก็ไม่ได้น่ากลัวอะไร เพียงแต่หากมีเครื่องเคียงด้วยนั้น ไอที่ว่าคลีน ก็คงไม่คลีนซะแล้ว ในร้านอาหารบางร้านที่ขายสลัดอาจเสิร์ฟขนมปังปิ้งมาให้ด้วย ซึ่งบนขนมปังอาจมีทั้งเนย และชีสอยู่จำนวนมาก นอกจากนี้ก็ยังมี ผักโขมอบชีส ไส้กรอกทอด มันฝรั่งทอด และอื่นๆ อีกมากมาย ไม่ใช่ว่าเราไม่ให้ทานเลย กรุณาอย่าหลงกิน ไม่ได้ห้าม แต่เพียงให้นึกถึงเป้าหมายในการทานสลัดว่าเพื่ออะไร เพราะเครื่องเคียงเหล่านี้จะต้องเพิ่มพลังงานให้กับเรามากแน่ๆ และอาจเป็นพลังงานส่วนเกิน

 

โปรตีนแบบพอดีๆ
หลายคนไม่ได้ทานสลัดที่เป็นผักอย่างเดียว เสริมโปรตีนที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย และเพื่อความอยู่ท้องเข้าไปด้วย นั่นก็เป็นความคิดที่ดี เพราะการทานผักอย่างเดียวอาจทำให้ร่างกายขาดโปรตีนได้ แต่โปรตีนที่จะเสริมเข้าไปนั้น ควรเป็นแบบไขมันน้อย และผ่านการปรุงด้วยวิธีนึ่ง ต้ม หรือย่างจะดีกว่า หากเป็นเนื้อย่างมันๆ ปลาที่มีไขมันหนาๆ หรือเบคอน แฮม สิ่งเหล่านี้ถึงจะเป็นโปรตีนแต่เป็นโปรตีนที่มาพร้อมกับไขมันสูงทั้งนั้น เพราะฉะนั้นเลือกเป็น ไก่ต้ม ปลา(ไขมันน้อย) นึ่ง กุ้งต้ม หรือเห็ดย่างจะดีกว่า

 

ทราบหรือเปล่าว่าเป็นโรคตับแข็งอยู่ได้กี่ปี

หน้าที่ต่างๆของร่างกายเรานั้นไม่มีใครที่ไม่รู้แน่ว่ามีเอาไว้ทำอะไร

ซึ่งการทำงานของอวัยวะในร่างกายก็แตกต่างกันไปอีกด้วย อวัยวะภายในร่างกายของเราก็มีมากมายหลายอย่าง อาทิเช่น ปอด ไต หัวใจ สมอง กระเพาะ ลำไส้ เล็ก-ใหญ่ ตับ และอื่นๆอีกมากมาย

ซึ่งเราอาจพูดได้ว่าหน้าที่หลักๆของการทำงานอวัยวะต่างๆเหล่านั้นหลายคนอาจจะยังไม่รู้ก็ได้ว่าอวัยวะเหล่านั้นมีหน้าที่หลักทำอะไร และการเป็น โรคตับแข็งอยู่ได้กี่ปี ตกตัวอย่างเช่นตับ

 

หลายคนอาจจะพอรู้ว่าตับมีหน้าที่หลักทำอะไร

แต่จะมีสักกี่คนที่รู้ว่าตับของเรานั้นมีความสำคัญต่อร่างกายของเรามากน้อยเพียงไร และตับนั้นมีหน้าที่ทำอะไรบ้างกล่าวคือตับของเราเปรียบเสมือนศูนย์กลางของร่างกายถ้าเปรียบกับโรงงานก็น่าจะเป็นโรงงานที่มีขนาดใหญ่ที่สุดเลยก็ว่าได้

โดยตับนั้นจะมีการคัดเลือดสำหรับการไหลเวียน เข้า – ออก ของหลอดเลือดจำนวน 3 เส้น ด้วยกัน อาจจะสรุปคร่าวๆได้ดังนี้ นั้นก็คือ ตับ มีหน้าที่รับวัตถุดิบ และผลิต อีกทั้งยังเก็บรักษา และยังตรวจสอบคุณภาพ แจกจ่าย ทั้งยังคอยเก็บขยะและทิ้งขยะของเสียออกไปอีกด้วย

 

บทสรุปในการทำหน้าที่ของตับแบบง่ายๆ มีดังต่อไปนี้

ตับของเราเรียกได้ว่าเป็นหน่วยที่คอยรักษากฏเกณฑ์ อีกทั้งยังเป็นหน่วยสังเคราะห์ และยังทำหน้าที่คอยส่งออกผลิตภัณฑ์ ที่ตับนั้นผลิตขึ้นมาใช้ ตามความเหมาะสมที่ร่างกายของคนเราต้องการ ซึ่งการผลิตทั้งหลายเหล่านี้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อคอยควบคุมการใช้งานต่างๆ เช่น

– น้ำตาลกลูโคส โปรตีน เพื่อนำไปใช้ทดแทนอวัยวะต่างๆที่สึกหรอทั่วร่างกายของมนุษย์ และโปรตีนที่คนเราจำเป็นต้องใช้งานต่างๆอีกมากมาย

– น้ำดี เพื่อใช้ย่อยอาหารจำพวกไขมัน ซึ่งในขณะเดียวกันตับก็ยังใช้ท้อน้ำดีเป็นช่องทางที่คอยขับของเสียออกอีกด้วย หรือสิ่งของที่มีพิษที่ตับคอยกรองเก็บไว้ ให้พ้นออกไปกับกากอาหารผ่านทางลำไส้ของเรานั้นเอง

– เป็นหน่วยคลังเก็บรักษา เก็บสิ่งต่างๆที่มีประโยชน์ต่อร่างกายมหนุษย์ เช่น วิตามินต่างๆ และแร่ธาตุที่สำคัญต่างๆ

– เป็นหน่วยคอยเก็บของที่มีพิษ ได้แก่ ยาหรือเคมีรักษาโรค โลหะหนัก ทองแดง เป้นต้น คอยรวบรมไว้เพื่อพักรอไว้ก่อนที่จะทิ้งออกนอกร่างกายของเรานั้นเอง

– ซึ่งตับเป็นหน่วยรักษาความสะอาด ที่ช่วยในการกำจัดขยะหรือของเสีย หรือของที่มีพิษ และคอยกำจัดของที่มีพิษให้หมดพิษไป