คลังเก็บหมวดหมู่: สังคมทั่วไป

ประเมินสภาพเศรษฐกิจของไทยจากธนาคาร hsbc

        ช่วงนี้เป็นช่วงที่เราคงต้องมาดูกันว่ามุมมองของธนาคารต่างๆมีการประเมินความสามารถในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของประเทศไทยอย่างไรบ้างซึ่งแน่นอนว่าธนาคารการเงินหลายแห่งมองว่าสำหรับสถานการณ์เศรษฐกิจของไทยนั้นคงจะต้องใช้ระยะเวลาอย่างต่ำ 3-4 ปีถึงจะสามารถแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจได้ 

       เนื่องจากสภาพการณ์ปัจจุบันนั้นสภาวะแวดล้อมหลายอย่างจะมีผลกระทบต่อการพัฒนาด้านเศรษฐกิจของไทยไม่ว่าจะเป็นเกี่ยวกับเรื่องของการชุมนุมประท้วงกันอยู่ในขณะนี้ซึ่งมีการชุมนุมประท้วงแบบดาวกระจายขยายพื้นที่หลายจุด

โดยเฉพาะมักจะไปชุมนุมประท้วงกันในจุดที่เป็นพื้นที่เศรษฐกิจของประเทศเช่นบริเวณหน้าห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ที่มักจะมีประชาชนไปซื้อของกันแต่เมื่อเกิดเหตุการณ์ประท้วงขึ้นประชาชนก็ลดการเดินทางไปซื้อของจึงส่งผลทำให้เศรษฐกิจการขายสินค้าของห้างสรรพสินค้านั้นได้รับผลกระทบ

         อย่างไรก็ตามเมื่อพูดถึงเรื่องของการประเมินสภาพเศรษฐกิจของไทยแล้วธนาคาร hsbc ก็ได้ออกมาทำการประเมินข้อมูลเศรษฐกิจของไทยเช่นเดียวกันโดยทางธนาคาร hsbc มองว่าประเทศไทยนั้นจะสามารถฟื้นตัวจากสภาวะเศรษฐกิจที่ตกต่ำได้อีกนานเลยทีเดียว

ซึ่งสถานการณ์ของไทยในขณะนี้ไปขายกับสถานการณ์ของประเทศอินเดียถึงแม้ว่าประเทศไทยควบคุมการระบาดของไวรัสโคโรนาได้มากกว่าประเทศอินเดียแต่ก็มีปัจจัยอื่นๆที่ส่งผลให้เศรษฐกิจของไทยนั้นมาฟื้นตัวได้ยากยิ่ง

         โดยธนาคาร hsbc มองว่าน่าจะประมาณ 3 ปีขึ้นไปประเทศไทยถึงจะสามารถฟื้นตัวด้านเศรษฐกิจกับมาดีขึ้นได้ซึ่งเศรษฐกิจดีขึ้นนี้ไม่ใช่ว่าจะดีมากจนโอเวอร์เลยแต่อาจจะกลับมาอยู่ในสถานะก่อนที่จะมีการระบาดของไวรัสโคโรน่า

และถ้าหากจะให้ดีขึ้นจนประเทศสามารถพูดได้ว่าเศรษฐกิจอยู่ในระดับดีเท่ากับประเทศอื่นๆทั่วโลกก็จะต้องมีการใช้ระยะเวลาในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจอีกหลายๆมากเลยทีเดียวซึ่งแน่นอนว่าอย่างต่ำต้องไม่ต่ำกว่า  12 ไตรมาสอย่างแน่นอน

         และยิ่งขนาดนี้หากเปรียบเทียบกับประเทศอื่นๆในแถบทวีปเอเชียแล้วก็จะเห็นได้ว่าประเทศอื่นๆนั้นมีแนวโน้มว่าจะสามารถแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจได้ดีกว่าประเทศไทยอย่างมากไม่ว่าจะเป็นประเทศจีนซึ่งในขณะนี้นับได้ว่ากำลังจะก้าวพ้นปัญหาด้านเศรษฐกิจแล้วในขณะที่ประเทศเกาหลีใต้ก็มีการคาดการณ์กันว่าเพียงแค่ 6 ไตรมาสก็สามารถที่จะแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจได้

หรือประมาณ 8 ไปมากสำหรับประเทศมาเลเซียและประเทศสิงคโปร์ในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจหรือยังประเทศฟิลิปปินส์ซึ่งเป็นประเทศเพื่อนบ้านที่ใกล้เคียงกับเราก็น่าจะใช้ระยะเวลาประมาณแค่เพียง 11 ไตรมาสซึ่งแต่ละประเทศนั้นถ้าดูจำนวนไตรมาสที่สามารถแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจได้กลับมาดีได้นั้นจะน้อยกว่าของไทยมากเลยทีเดียว

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  หาเงินจากหวยหุ้น

การเมืองแย่ จนไม่อาจฝันถึงอนาคตที่ดี

ไม่น่าเชื่อว่าประเทศไทยของเราจะมาถึงจุดนี้ จุดที่เด็กวัยรุ่น นักเรียนนักศึกษา จะรวมตัวกันเพื่อความหวังในอนาคตของพวกเค้า จนทำให้ตอนนี้การเมืองคือเรื่องของทุกคน และการเมืองคือสิ่งที่อยู่รอบตัวเรา

โดยถึงแม้ว่าในช่วงสิบปีที่ผ่านมา การเมืองไทยนั้น จะถูกแบ่งออกเป็นฝ่าย แบ่งสี แบ่งเสื้อ และเกิดการรัฐประหารขึ้น จนทำให้หลายคนเบื่อและไม่อยากจะสนใจการเมืองอีกต่อไป เพราะไม่ว่าสื่อที่ออกมาจะพยายามรณรงค์ให้เป็นว่า ประเทศไทยของเรานั้น

จะเป็นประชาธิปไตยแต่อย่างใด แต่ในด้านของความเป็นจริงมันกลับไม่เป็นเช่นนั้น ยิ่งนานวันเข้าทุกอย่างเหมือนเดินถอยหลัง และกำลังจะถอยหลังไปจนล้าหลังกว่าประเทศเพื่อนบ้านที่เราเคยนำหน้าเค้าด้วยซ้ำ

มันจึงทำให้เกิดการแสการตื่นตัวของคนรุ่นใหม่ ภาพของเยาวชน วัยรุ่น หรือคนรุ่นใหม่ ทำให้เราตระหนักว่า พวกเค้าได้เข้ามามีส่วนร่วมในการเมืองอย่างเต็มตัวตั้งแต่ยังไม่บรรลุนิติภาวะเสียด้วยซ้ำ ซึ่งแตกต่างจากคนรุ่นก่อนที่จะเริ่มสนใจการเมืองก็คงเข้าสู่มหาวิทยาลัยหรือวัยทำงานไปแล้ว

มีเด็กในวัยมัธยมหลายคนที่ได้ออกมาใช้สิทธิ์ใช้เสียงบนโลกออนไลน์ หรือตามสถานที่ต่างๆ เพื่อพูดถึงปัญหาของสังคมและการเมือง เพื่อหวังว่าเพื่อนๆในวัยเดียวกัน หรือแม้แต่ผู้ใหญ่จะมองเห็นความสำคัญของการมีส่วนร่วมทางการเมือง และเริ่มตั้งคำถามกับอำนาจ ระบบและสถานการณ์ที่เกิดขึ้น

เพื่อทวงถึงความมีประชาธิปไตยอย่างแท้จริง เพราะสิ่งที่มันเกิดขึ้นในเวลานี้นั้น มีผลกระทบกับคนรุ่นใหม่ นักเรียน นักศึกษาที่ถือว่าเป็นอนาคตของชาติแบบโดยตรง เพราะในเวลานี้นั้นโลกปัจจุบันและเทคโนโลยีที่ทันสมัยและทันต่อเหตุการณ์ทำให้การรับรู้ของเยาวชนนั้นสื่อสารและเสพสื่อเข้าไปอย่างรวดเร็ว

ซึ่งในสมัยก่อนนั้น ระหว่างคำว่าการเชื่อฟังกับความเคารพ มันไม่ได้ถูกแยกกันอย่างชัดเจน แต่ในปัจจุบันนั้น เด็กรุ่นใหม่ได้มีโอกาสรับรู้ข่าวสารที่มากขึ้นทั้งในประเทศและต่างประเทศ เด็กเริ่มที่จะคิดเป็น

เริ่มตั้งคำถาม เริ่มรู้จักคำว่าอิทธิพล และเข้าใจถึงคำว่าสังคมแห่งการกดขี่ จึงทำให้คำว่าต้องเชื่อฟัง และสั่งให้เด็กทุกคนต้องเงียบไม่สามารถใช้ได้อีกต่อไปกับเยาวชนรุ่นใหม่นี้ ดังนั้นสิ่งที่ต้องทำและแก้ไข คือต้องสอนให้เด็กและเยาวชนมีวิจารณญาณ

หรือตั้งคำถามเป็น และให้เค้าได้มีส่วนร่วมอย่างจริงจังในแบบวัยของเค้า ไม่ใช่สั่งให้เด็กเชื่อฟังโดยที่การเมืองเรายังใช้ระบบการกดขี่และกุมอำนาจแบบนี้ เพราะเชื่อเถอะว่าสมัยนี้ไม่เหมือนสมัยก่อนแล้วที่จะให้มาฆ่าแกงกันได้ง่ายๆและให้มันจบไปเหมือนเหตุการณ์เมื่อครั้ง 14 ตุลาคม 2516

 

สนับสนุนโดย  วิธีเล่นหวยหุ้นมือใหม่

ทำไมโรคระบาดถึงรุนแรงในยุโรป

สำหรับโรคระบาดในยุโรปที่เราจะพูดถึงนี้มันจะเป้นโรคระบาดที่ได้เกิดขึ้นในช่วงของยุคศตวรรษที่14ของยุโรปสาเหตุหลักๆของการแพร่กระจายในครั้งนี้มันก็จะเกิดขึ้นมาจากตัวเห็บเหาที่มันได้อาศัยอยู่กับพวกสัตว์ตัวเล็กๆอย่างพวกหนู 

เรื่องแรกหรูหราอย่างคนลาดหญ้าฆ่าตายทั้งตำบล

ซึ่งเอกลักษณ์อย่างหนึ่งที่เรามักจะเห็นในสมัยของคนในยุคกลางไม่ว่าจะเป็นจกหนังสือหรือพวกสือบันเทิงต่างๆเราก็จะได้พบว่าบนพื้นบ้านของพวกเขานั้นก็จะมีกองฟางวางอยู่เต็มไปหมดไม่ใช่อยากทำให้บ้านรกนะแต่มันเป็นความหรูหรา เหมือนคนรวย

โดยในสมัยก่อนบ้านคนรวยเขาก็จะมีพรมที่ราคาแพงปูทำให้พื้นมันนุ่มและพอถึงน่าหนาวมันก็จะช่วยเพิ่มความอบอุ่นให้กับบ้านเราด้วยแต่คนจนเขาไม่มีปัญยาที่จะหาพรมมาปูบ้านและสิ่งที่พวกเขานั้นจะนำเอามาใช้แทนสิ่งเหล่านั้นก็คือพวกฟางและหญ้าที่แห้งๆเอามาปูแทน

นอกจากนี้ในความรู้ทันไม่ถึงการณ์นี้เองมันก็เลยทำให้เกิดโรคระบาดขึ้นมาโดยเจ้ากองหญ้ากองฟางที่ได้กองเอาไว้ใช่ว่าพวกเขาจะทำความสะอาดมันบ่อยเวลานั่งกินข้าวเศษอาหารก็ตกลงไปไม่ได้ทำความสะอาดใดๆมันก็เน่าส่งกลิ่นทำให้เกิดเป็นเชื้อราขึ้นมากลายเป็นแหล่งสะสมของเชื้อชั้นดีเลย

เมื่อพวกสัตว์ที่มีฟันแทะได้กลิ่นแล้วมันก็อยากเข้ามาแล้วก็เอาฟางมากองเป็นบ้านของมันลองคิดดูถ้าหากเป็นบ้านคนแล้วจะเป็นยังไง

อาบน้ำปัสสาวะ 

ซึ่งในยุโรปเองก็ไม่ใช่สถานที่ที่สะอาดที่สุดในโลกหนอกการอาบน้ำมันจึงไม่ใช่เป็นสิ่งที่จำเป็นเหมือนกับการกินผู้คนจึงไม่ได้ให้ความสำคัญของผิวหนังสักเท่าไหร่และคนที่จะอาบน้ำอย่างสะอาดจริงจังส่วนใหญ่ก็จะเป้นคนชนชั้นสูง

ดังนั้นด้วยความที่ว่ามันไม่ได้มีท่อสูบน้ำส่งน้ำมาถึงบ้านทุกวันนี้ที่นึกอยากจะอาบก็เปิดฟักบัวน้ำมันก็ไหลออกมาเวลาที่คนรวยในสมัยก่อยเขาจะอาบน้ำเขาก็จะให้คนใช้ไปตักน้ำมาจากที่แจ้งเพื่อที่จะมาเติมใสถังทีละถังจนกระทั่งอ่างอาบน้ำของเขานั้นเติม

ซึ่งแน่นอนว่ามันจะต้องกินเวลาไปอย่างมากและสิ่งที่พวกเขาทำได้อย่างดีก็แค่ล้างมือล้างหน้าบวกกับอากาศส่วนใหญ่ของยุโรปก็จะค่อนข้างที่จะหนาวเหน็บทำงานเหงื่อตกมาถึงบ้านาตกเย็นอากาศมันก็เย็นเหงื่อก็หายหมดการอาบน้ำมันเลยดูเป็นเรื่องที่ไม่จำเป็นแต่จะบอกว่าอากาศหนาวไม่อาบน้ำมันเป็นไปไม่ได้ญี่ปุ่นอากาศก็เหมือนยุโรปแต่ทำไมพวกเขายังอาบน้ำได้

 

สนับสนุนโดย  เว็บหวยออนไลน์อันดับ1