หนุ่มอ้างเสพยาบ้า 200 เม็ดจนหลอน ขี่จยย.เข้าห้างสั่งไก่ทอด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (24 พ.ค.) ในโลกออนไลน์ได้มีการแชร์ภาพและข้อความจากเฟซบุ๊กคุณ Aum kunyunut (นิมิตรหนึ่งหนึ่งสอง.) ซึ่งได้โพสต์รูปชายคนหนึ่งจำนวน 7 รูป พร้อมระบุว่า “เหตุชายเมายารับแจ้งดูดยาหนึ่งถุง ขี่มอไซด์ขึ้นห้าง…มีนบุรี ร่มไทรรถพยาบาลคันที่ 6 นำตัวส่งสน.มีนบุรี #ถ้านางจะหิวเคเอฟซี…จุดจบของนาง” ซึ่งเรื่องดังกล่าวถูกแชร์ไปทั่วโลกออนไลน์

ต่อมา ร.ต.ท.ณัฐวุฒิ จอดนอก รองสว.(สอบสวน) สน.มีนบุรี เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวชายคนดังกล่าวมาสอบสวนที่ สน.มีนบุรี ทราบว่า ชายคนดังกล่าวชื่อ นายกฤษดา อายุ 23 ปี อยู่ในอาการมึนเมาให้การวกไปวนมา

แต่จับใจความได้ว่ารับยาบ้าจากคนชื่อคลองจำนวน 200 เม็ด เพื่อนำไปขายต่อ แต่ตนเองเกิดมีอาการอยากยาจึงเสพเองทั้งหมด โดยเสพมาตั้งแต่เที่ยงคืนจนถึงเที่ยงวัน หลังจากเสพยาเข้าไปจึงเกิดอาการคลุ้มคลั่งขับรถจยย. ออกมา

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ได้ส่งตัวไป รพ.นพรัตน์ราชธานี เพื่อรักษาอาการบาดเจ็บ เนื่องจากถูกรุมประชาทัณฑ์จากเจ้าหน้าที่รปภ.ของห้างและพลเมืองดี โดยจะตรวจหาสารเสพติดในร่างกายต่อไป ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีผู้ใดมาแจ้งความดำเนินคดีกับผู้ต้องหา

 

หมอช้าง ชี้ ปู ไปรยา ดวงดีเลิกโน้ต รักร่วงแต่งานรุ่ง

“หมอช้าง ทศพร ศรีตุลา” ชี้ นางเอกสาวสวยอย่าง “ปู ไปรยา” ดวงดี แม้เลิกแฟนหนุ่ม “โน้ต วิเศษ” รักร่วงแต่งานรุ่ง เปรี้ยงแน่นอน

สนั่นวงการเมื่อรักหวานชื่นของ ”ปู ไปรยา สวนดอกไม้ ลุนด์เบิร์ก” และ ”โน้ต วิเศษ รังษีสิงห์พิพัฒน์” ต้องสะบั้นกลางคัน งานนี้ ”หมอช้าง ทศพร ศรีตุลา” เผยว่า สาวปู นั้นยังดวงดี แม้รักไม่รุ่ง แต่เรื่องงานนับจากนี้ เปรี้ยงแน่นอน

“ในเรื่องความรักมันก็มีผลเกี่ยวกับเรื่องดวง ขอพูดถึงราศีที่เกิดก่อนแล้วกันนะครับ ราศีมีนเนี่ย โดยหลักแล้วเป็นราศีที่ดวงดีนะครับ ติดอันดับในครึ่งปีหลัง ในกระแสของดวงจะเริ่มเปลี่ยนแปลงเดือนมิถุนายน แต่บางคนก็บอกดวงดีทำไมชีวิตมีปัญหา จริงๆ แล้วการดวงดีหมายถึงการจะได้เริ่มต้นสิ่งใหม่ที่ดีขึ้น หรือเกิดความลงตัวในชีวิตที่มากขึ้น

ถามว่ามีโอกาสจะกลับมาดีกันไหม หลังจากนี้ความโดดเด่นก็คงไปพุ่งเรื่องงานมากกว่า อาจจะมีโปรเจกต์ใหญ่ มีงานใหม่ พอคนมันทำงานเยอะๆ เวลาที่จะมีให้เรื่องความรักก็จะน้อยลง ผมว่าเรื่องเวลาก็จะเป็นปัจจัยสำคัญ เขาเป็นคู่กันไหม เรื่องของสองคน ก็ต้องมีดวงอีกฝ่ายเข้ามาเกี่ยวข้อง

แต่ว่าเอาในเชิงของราศี ก็เชื่อว่าราศีนี้ ไม่ได้เป็นช่วงที่ชีวิตแย่ลง ผมคิดว่าคนดวงดีก็ทำให้มีความสุขในชีวิตที่มากขึ้น เพียงแต่ว่าผลที่ดี มันอาจจะไปลงในเรื่องงานที่ดีมากกว่าเรื่องส่วนตัวเท่านั้นเอง”

 

จุ๋ย วรัทยา ยังไม่กล้าใช้ โทรศัพท์คู่รักทองคำ สลักชื่อย่อ PW

มีเรื่องราวดีๆ ให้แฟนคลับได้ฟินตลอด… สำหรับคู่จิ้นคู่จริง ”จุ๋ย วรัทยา นิลคูหา” และ “พุฒ พุฒิชัย เกษตรสิน” เพราะตั้งแต่จัดทริปเสื้อคู่เติมความหวานไกลถึงประเทศสวิสเซอแลนด์ไปเมื่อเดือนก่อน ล่าสุดทั้งคู่ก็ได้อัพเลเวลรัก ถอยโทรศัพท์ทองคำ 24K ราคาร่วมแสนบาท พร้อมกับสลักชื่อย่อ PW ตอกย้ำสถานะให้แฟนๆ ได้ฟินหนักเข้าไปอีก

ล่าสุดพอมีโอกาสเจอกับสาวจุ๋ยในงาน “Laneige beauty road with water bank” บรรดาสื่อก็เลยต้องขอเข้าไปสอบถามสักหน่อยว่า ทำไม…ทำไมทั้งคู่ถึงได้ขยันเติมความหวานให้กันขนาดนี้ รวมถึงให้เจ้าตัวช่วยเคลียร์กระแสข่าวเม้าท์ที่อ้างว่าแสดงน้องใหม่ ”อาย วราไพรินทร์” แอบเบียดหัวใจหวังจะเข้ามาเป็นมือที่สาม ซึ่งงานนี้สาวจุ๋ยเธอก็ไม่กั๊ก ขอออกมาชี้แจงแบบชัดๆ ให้เราฟังว่า…

ตอนนี้คู่เราถูกแซวหนักมากสำหรับโทรศัพท์คู่รัก ?
“จริงๆ เป็นผลพลอยได้ของจุ๋ยมากกว่านะคะ เพราะพี่คนที่เขาทำเกี่ยวกับโทรศัพท์เขาสนิทกับพุฒ เขาก็เลยอยากให้พุฒช่วยพีอาร์ ซึ่งสุดท้ายจุ๋ยก็เลยได้ไปด้วย (หัวเราะ) พุฒเขาไม่ได้ซื้อให้นะคะ แต่จุ๋ยก็ช่วยเขาในเรื่องพีอาร์ด้วย”

พอเราเอามาใช้แล้วเป็นยังไงบ้าง ?
“ยังไม่กล้าใช้เลยนะตอนนี้ (หัวเราะ) ขอรอเปิดเบอร์ใหม่ก่อนดีกว่าค่ะ ยังไม่กล้าใช้จริงๆ อีกอย่างคือยังไม่มีเวลาเปลี่ยนเครื่องด้วย ถามว่าน่ารักไหม ก็น่ารักดีค่ะแถมยังมีการสลักชื่อด้วย”

อักษรที่สลักว่า PW คือตัวย่อมาจาก ?
“เป็นตัวย่อจากชื่อจริงของเราสองคนค่ะ P ก็คือ พุฒิชัย W ก็คือวรัทยา”

แสดงว่าเป็นโทรศัพท์คู่รักใช้คู่กัน ?
“เขาทำให้ (หัวราะ) เป็นของที่เขาทำขึ้นมาเป็นพิเศษ สองเครื่องเหมือนกัน น่ารักดีค่ะเหมาะกับคนที่ชอบอะไรกุ๊กกิ๊ก”

แฟนๆ ฟินเลยไหมแต่งตัวก็เหมือนกัน โทรศัพท์ก็ยังเหมือนกันอีก ?
“คือบางทีมันก็ใส่แล้วเวลาถ่ายรูปออกมาดูน่ารักดี ซึ่งบางครั้งเราไม่ได้ตั้งใจที่จะเหมือนกันเลย แต่บังเอิญว่าเราแค่มีสไตล์การแต่งตัวเรียบๆ เหมือนกัน ดังนั้นในบางวันก็เลยมีลุคบางลุคที่ทำให้เราดูเหมือนแต่งตัวคล้ายๆ ค่ะ”

อะไรๆ ก็เป็นคู่หมดแล้ว เมื่อไหร่เราพร้อมจะออกงานคู่กันสักที ?
“ตอนนี้เคลียร์งานอยู่ค่ะ รับละครไว้เยอะเกิน ดังนั้นในอนาคตเคลียร์งานหมดแล้วและอะไรๆ มันยังเหมือนเดิมเราก็คงได้คคุยกันค่ะ”

ได้มีโอกาสเจอกันทุกวันไหมช่วงนี้ ?
“ส่วนใหญ่ก็จะเจอกันในกองละครค่ะ หรือบางวันที่เราไปออกกำลังกาย มีกองละครยกพร้อมกันเราก็จะได้ไปทำกิจกรรมร่วมกันค่ะ”

ถามกึงกระแสข่าวเม้าท์ที่บอกว่า “น้องอาย สงครามนางงาม” เขาเข้ามาสนิทกับพุฒ เป็นเรื่องจริงไหม ?
“อ๋อ…น้องเขากลัวใหญ่เลยค่ะ โทรเข้ามาหาผู้จัดการจุ๋ย ถามว่าจุ๋ยจะโกรธไหม ซึ่งจริงๆ ไม่มีอะไรเลยค่ะ เขาสองคนทำงานในกองละครเพื่อเธอด้วยกันเฉยๆ อีกอย่างตัวเขาเองก็งงด้วยเพราะมันนานมากแล้ว และเขาก็กลัวจะมีผลกระทบกับเราเขาก็เลยไม่กล้าพูดอะไร”

ยืนยันว่าข่าวนี้ไม่จริงแน่นอน ?
“ไม่มีอะไรเลยค่ะ เขาเป็นน้องที่ทำงานร่วมกันเฉยๆ แค่ในละครเพื่อเธอ ส่วนตัวจุ๋ยเองก็ไม่เคยเจอกับน้อง ไม่เคยรู้จักกันเป็นการส่วนตัวมาก่อนด้วย”

เวลาพุฒเขามีข่าวกับใครเขาโทรมารายงานเราบ้างไหม ?
“ไม่มีหรอกค่ะ เรารู้กันอยู่แล้วว่าอะไรเป็นอะไร ทุกอย่างเราเข้าใจกันอยู่แล้ว เชื่อใจกันค่ะไม่มีอะไรให้ต้องกังวล”

เราทราบไหมว่าตอนนี้มีหลายคนติดแฮชแท็ก PJ แสดงความเป็นห่วงเราสองคน ?
“ฝากบอกแฟนคลับละกันค่ะ ไม่ต้องเป็นห่วง ชีวิตยังปกติดี มีความสุขดีทุกอย่างค่ะ”

 

 

น.1พิมพ์สติ๊กเกอร์อย่าลืมหนูในรถ-แจกเย็นนี้

พล.ต.ท.ศานิตย์ พิมพ์สติ๊กเกอร์ ‘อย่าลืมหนูไว้ (ในรถ) นะ’ 1,000 ชุด แจกคนขับรถรับส่ง น.ร. หวังเตือนและป้องกันเหตุ ขณะเปิดโครงการช่วงเย็นวันนี้

 

พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจนครบาล กล่าวถึงโครงการ “อย่าลืมหนูไว้ (ในรถ) นะ” โดยได้มีการทำสติ๊กเกอร์ 4 แบบ จำนวน 1,000 ชิ้น แจกทั่วกรุงเทพมหานคร และผู้ที่ประกอบการรถรับส่งนักเรียน เพื่อเป็นการแจ้งเตือนผู้ปกครองและคนขับรถให้ตรวจตราเด็กเล็กภายหลังที่รับส่งกลับบ้านและโรงเรียนเสร็จสิ้น ถือเป็นการป้องกันเหตุอีกทางหนึ่ง เนื่องจากที่ผ่านมา เกิดกรณีลืมเด็กไว้ในรถรับส่ง จนเป็นเหตุให้มีเสียชีวิตหลายครั้ง

นอกจากนี้ ยังได้สั่งการให้ทุกกองบัญชาการตำรวจนครบาล สถานีตำรวจนครบาล ดำเนินการตามเรื่องดังกล่าว รวมถึงโฮมการ์ด อาสากู้ภัย ช่วยกันสอดส่องประชาสัมพันธ์ นอกจากนี้ ยังประสานไปยังโรงเรียน ให้มีการจัดประชุมผู้ปกครอง และผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ความรู้ เตือนสติ และสอนให้เด็กรู้จักบีบแตรรถให้เป็น เพื่อจะได้เป็นประโยชน์เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน

อย่างไรก็ตาม ในวันนี้ พล.ต.ท.ศานิตย์ จะเดินทางไปเปิดโครงการดังกล่าวร่วมกับกองบัญชาการตำรวจนครบาล 3 ที่โรงเรียนอนุบาลเทพอักษร ใกล้แยกลาดบัวขาว รามคำแหง 172 ในเวลาประมาณ 15.00 น

เทคนิค ซื้อหารองเท้าวิ่งคู่ใหม่ให้ได้คู่ที่เจ๋งสุด

เทรนด์ของการบริการร่างกายกำลังมาแรงอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการวิ่ง อ่านได้จาก  Facebook ที่เพื่อนๆสลับกันโชว์ภาพชูเหรียญวิ่งมาราธอนงานใหม่ๆ กันทุกอาทิตย์ตั้งแต่เช้าตรู่ 
 
ในขณะที่เราเพิ่งขยี้ตาตื่น ถ้ามันจะอินเทรนด์เพียงนี้แล้วสำหรับคนที่อยากมาทดสอบวิ่งบ้าง จะเริ่มเช่นใดให้ง่ายที่สุด มั่นใจว่าอุปกรณ์ที่สำคัญที่สุดคงต้องเป็นรองเท้า และถ้าหากจะเลือกรองเท้าวิ่งคู่ใหม่ให้ดีที่สุด เรามีเทคนิคแบบนักมาราธอนมาฝาก
 
1. เลิกเอารองเท้าผ้าใบที่ใส่ไปเที่ยวตามศูนย์การค้ามาใส่วิ่ง เลือกรองเท้าที่เหมาะสมกับการวิ่งจะดีกว่าครับ ทุกท่านบอกว่ารองเท้าผ้าใบก็อย่างเดียวกัน แต่จริงๆแล้วรองเท้าที่ออกแบบเพื่อวิ่งเป็นพิเศษจะรองรับน้ำหนักได้เหนือกว่าซึ่งจะป้องกันการบาดเจ็บที่อาจจะบังเกิดได้ดีกว่ารองเท้าผ้าใบทั่วไป ข้อนี้ง่ายๆครับ เลือกที่เป็น Running Shoes เป็นอันจบ
 
2. นอกจากเลือกรองเท้าให้กะทัดรัดกับรูปเท้า ยืดหยุ่นสูงแล้ว ขอบอกว่าพื้นรองเท้าก็มีผลต่อการวิ่งไม่น้อย ลายของพื้นรองเท้าควรเลือกแบบที่หนา และเส้นบนพื้นรองเท้าควรมีเส้นที่ลึกและเส้นเป็นทางขวางยาว เพราะรองเท้าวิ่งที่หนาจะสนับสนุนรองรับแรงปะทะจากการวิ่ง ส่วนลายบนพื้นรองเท้าบริเวณฝ่าเท้าควรมีลายขวางยาวให้รองเท้ายืดหยุ่นได้ง่ายและช่วยเพิ่มแรงในการส่งตัวเพื่อดันไปด้านหน้าทำให้วิ่งได้ดีขึ้น
 
3. วิธีการการลองสำคัญมาก ควรลองโดยการลองรองเท้าทั้ง 2 ข้าง เพราะโดยทั่วไปเท้าซ้ายและขวาปกติของเราจะไม่เท่ากัน การเลือกโดยลองสวมเพียงคนเดียว อาจจะได้รองเท้าที่คับ หรือ หลวมเกินพอดีได้ แล้วผูกเชือกรองเท้าให้แน่น กดที่ด้านหัวของรองเท้า เพื่อเช็คว่าปลายเท้าเราพอดีกับรองเท้าจากนั้นตรวจสอบโดยเดินไปรอบๆ
 
4. นำถุงเท้าไปเองในวันที่ซื้อรองเท้า เหตุด้วยการที่ใช้รองเท้าของที่ร้านความหนาของถุงเท้าที่ร้าน ไม่เหมือนกับถุงเท้าที่บ้าน ด้วยเหตุนั้นแนะนำให้นำถุงเท้าคู่โปรดติดตัวไปลองรองเท้าวิ่งด้วยจะยอดเยี่ยม หรือเลือกซื้อถุงเท้าที่คู่ควรกับการวิ่งที่ร้านกลับมาพร้อมด้วยรองเท้าเป็นชุดคู่กันก็โอเคครับ
 
5. จริงอยู่ว่าการวิ่งเป็นกีฬาที่มัธยัสถ์ที่สุด และรองเท้าวิ่งก็มีหลายหลากราคาให้เลือก เพราะเช่นนั้นก็เลือกให้พอเหมาะกับเงินในกระเป๋าด้วย และสำหรับผู้ที่ยังไม่แน่ใจว่าการวิ่งเป็นกีฬาที่เหมาะกับคุณหรือเปล่า ถ้ารองเท้าที่ราคาสูงเกินไปก็คงจะไม่คุ้มกับเงินที่เสียไปครับ ลองวิ่งไปก่อนจนรู้ว่าวิ่งเป็นการบริการร่างกายที่เข้ากับชีวิตตนเอง ค่อยขยับเลือกรองเท้าที่ราคาสูงขึ้นก็ไม่สายครับ
 
สิ่งที่สำคัญที่สุดที่ไม่อยากให้ลืม การวิ่งไม่ใช่ราคา หรือแบรนด์ของรองเท้า แต่มันคือการออกไป “วิ่ง” เพื่อออกกำลังต่างหาก ออกไปวิ่งกันครับ

7 พฤติกรรม ทำหน้าแก่กว่าวัย

หน้าแก่ก่อนวัย ทำไงดี ไม่อยากแก่กว่าวัยอ่านด่วน ! คงไม่อยากมีใครที่หน้าแก่กว่าวัย ถูกเรียกพี่ทั้งๆที่อายุน้อยกว่า หรือถึงขั้นป้า ทั้งๆที่ยังเป็นวัยเริ่มทำงาน แล้วสาเหตุเกิดจากอะไร เรามาดูกันเลย จะได้หลีกเลี่ยงไม่ทำ

1. ยืนตากแดดนานๆ : ทุกนาทีที่เรายืนตากแดดแม้ว่าจะรู้สึกดีแต่มันจะค่อยๆทำลายเส้นใยคอลลาเจนและอิลาสตินของคุณ การตากแดดเป็นเวลานานจะทำให้โมเลกุลเหล่านี้กลายเป็นแป้งหยาบๆ และแสงแดดยังทำลายดีเอ็นเอของผิวหนังซึ่งอาจนำไปสู่โรคมะเร็งผิวหนังได้ในที่สุด ขอแนะนำให้ทาครีมกันแดด ส่วนในเวลากลางคืนหลังจากที่อาบแดดมาทั้งวันแล้ว ควรทาน้ำมันสูตรชะลอความแก่ลงบนใบหน้าเพื่อเก็บกักความชุ่มชื้นในยามหลับ

2. รับประทานน้ำตาล เครื่องดื่มและอาหารที่มีสารฟรุกโตสเข้มข้น : น้ำตาลทรายขาวบริสุทธิ์จะทำให้เกิดกระบวนการไกลเคชั่นในเนื้อเยื่อของมนุษย์ ซึ่งหมายความว่ามันจะทำให้โมเลกุลเปราะบาง และหากผิวหนังกับหลอดเลือดเปียกชุ่มไปด้วยน้ำตาลมันก็จะยิ่งเสื่อมสภาพเร็วขึ้น ควรเลือกรับประทานอาหารที่มีสารต้านอนุมูลอิสระและโมเลกุลที่ต้านการอักเสบโดยธรรมชาติ เช่น ผักคะน้า, โยเกิร์ต, ปลาเนื้อขาว, น้ำมันมะกอกและเสาวรส

3. ทำความสะอาดผิวหน้าเกินความจำเป็น : การขัดถูผิวหน้าหรือการบำรุงผิวที่มากจนเกินไป เพียงผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดเพื่อชะลอความแก่สูตรอ่อนโยนก็ทำให้ผิวพรรณสะอาดผ่องใสได้แล้ว แถมยังไม่ต้องสูญเสียความชุ่มชื้นตามธรรมชาติไปอีกด้วย และที่สำคัญอย่าลืมทามอยซ์เจอร์ไรเซอร์ทุกครั้งหลังล้างหน้า

4. ออกกำลังกายแบบหักโหม : การออกกำลังกายมากเกินไปจะเป็นการทำร้ายใบหน้าและร่างกาย ควรทำแต่พอดี หากหักโหมมากเกินไปร่างกายของคุณจะเครียด และระดับคอร์ติซอลในร่างกายก็จะเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งอาจทำให้ดูซูบซีดและอ่อนเพลีย

5. พักผ่อนน้อย : การนอนหลับคือช่วงเวลาที่ร่างกายและผิวของคุณจะได้ซ่อมแซมและฟื้นฟู เมื่อไรก็ตามที่เรานอนน้อยเกินไป ผิวของเราจะซีดเซียวและปรากฏรอยคล้ำบริเวณใต้ตา และอย่ารับประทานอาหารดึกจนเกินไป ซึ่งจะช่วยทำให้นอนหลับสนิทและสบายยิ่งขึ้น และการทามอยซ์เจอร์ไรเซอร์สูตรผสมเชียนัทบัทเตอร์ในตอนกลางคืนก็จะยิ่งช่วยบำรุงผิวให้มีความชุ่มชื้น

6. ดื่มน้ำน้อย : เนื้อเยื่อและผิวหนังของเราก็ต้องการน้ำเพื่อรักษาศักยภาพการทำงานของเซลล์ ผิวที่ขาดน้ำจะสูญเสียความยืดหยุ่นซึ่งทำให้เราดูแก่และเหนื่อยล้า ขณะเดียวกันหากดื่มน้ำในปริมาณที่เพียงพอก็จะทำให้เราดูดีและรู้สึกดีมากยิ่งขึ้น

7. ใช้ผลิตภัณฑ์ความงามมั่ว : หลายคนซื้อผลิตภัณฑ์บำรุงผิวแบบมั่วๆ ทำให้ไม่ได้ผลลัพธ์ที่น่าพอใจ สาเหตุเกิดจากการขาดความรู้ในการบำรุงผิวและชะลอความแก่อย่างถูกต้อง ดังนั้นควรขอคำแนะนำจากแพทย์ผิวหนังในการใช้ผลิตภัณฑ์อย่างไรให้ปลอดภัยและได้ผล

เรียบเรียงโดย Riya www.eduzones.com